Lucky Clover - Diagonal Resize 2 Lucky Clover - Diagonal Resize 2

วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 11

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560 : เวลา 08.30 - 12.30 น.
สอบกลางภาค และเรียนต่อเรื่อง 
การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวม
สำหรับเด็กปฐมวัย
• การศึกษาปกติทั่วไป (Regular Education)
• การศึกษาพิเศษ (Special Education)
• การศึกษาแบบเรียนร่วม  (Integrated Education หรือ Mainstreaming)
• การศึกษาแบบเรียนรวม  (Inclusive Education)

 ความหมายของการศึกษาแบบเรียนร่วม (ประเทศไทย)
(Integrated Education หรือ Mainstreaming)
* โรงเรียนมีสิทธิ์เลือกเด็ก *
• การจัดให้เด็กพิเศษเข้าไปในระบบการศึกษาทั่วไป
• มีกิจกรรมที่ให้เด็กพิเศษกับเด็กทั่วไปได้ทำร่วมกัน
• ใช้ช่วงเวลาช่วงใดช่วงหนึ่งในแต่ละวัน
• ครูปฐมวัยและครูการศึกษาพิเศษร่วมมือกัน

การเรียนร่วมบางเวลา (Integration) 
การเรียนร่วมเต็มเวลา (Mainstreaming)
ความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) *โรงเรียนไม่มีสิทธิ์เลือกเด็ก*
• การศึกษาสำหรับทุกคน
รับเด็กเข้ามาเรียนรวมกันตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษา 
จัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล


ปรัชญาของการเรียนรวม (Wilson, 2007)
บทบาทครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม







  •      ครูไม่ควรวินิจฉัย
  •      ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก
  •      ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ
  •      สังเกตเด็กอย่างมีระบบ
  •      จดบันทึกพฤติกรรมเด็กเป็นช่วง ๆ



กิจกรรมวาดภาพดอกบัว
เพื่อให้ฝึกการสังเกตรายละเอียดของภาพ เช่นเดียวกับการเก็บรายละเอียด
จดบันทึกพฤติกรรมของเด็ก


ชมวิดีโอความสามารถของน้องช่อแก้ว https://www.youtube.com/watch?v=xwwgg3OQB5Y


  • ทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับการศึกษาแบบเรียนรวม และปรัชญาการศึกษาที่กล่าวไว้ว่า การศึกษาสำหรับทุกคน (Education for All) เราเป็นครูต้องให้ความรู้ ความรักเท่าเทียมกัน ให้โอกาสเด็ก และเข้าใจในความแตกต่างของเด็กแต่ละคน จัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็ก เพื่อให้เด็กได้มีพัฒนาการการเรียนรู้มากที่สุด



ประเมินตนเอง  :  ตั้งใจเรียนและสนุกกับการเรียน เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์อธิบาย
ประเมินเพื่อน  :  เพื่อน ๆ ตั้งใจเรียน ให้คำปรึกษาซึ่งกันและกันในทุก ๆ เรื่อง
ประเมินอาจารย์  :  อาจารย์น่ารัก เป็นกันเอง เรียนด้วยแล้วไม่เครียดไม่เบื่อหน่าย และยังได้ความรู้ประสบการณ์มากมาย


วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 10

วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2560 : เวลา 08.30 - 12.30 น.




8.เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ 
(Children with Behavioral and Emotional Disorders)

เกิดจากสภาพแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่

• มีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดไปจากปกติ
แสดงออกถึงความต้องการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น
มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ
เด็กที่มีการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในสภาพปกตินานๆ ไม่ได้
เด็กที่ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างของตนเองไม่ได้ 
ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเรียบร้อย

การจำแนกเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ ตามกลุ่มอาการ

ด้านความประพฤติ (Conduct Disorders)






ด้านความตั้งใจและสมาธิ (Attention and Concentration) 
• จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในระยะสั้น (Short attention span) อาจไม่เกิน 20 วินาที
• ถูกสิ่งต่างๆ รอบตัวดึงความสนใจได้ตลอดเวลา
• งัวเงีย ไม่แสดงความสนใจใดๆ รวมถึงมีท่าทางเหมือนไม่ฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูด
สมาธิสั้น (Attention Deficit)
• มีลักษณะกระวนกระวาย ไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้ หยุกหยิกไปมา
• พูดคุยตลอดเวลา มักรบกวนหรือเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น
• มีทักษะการจัดการในระดับต่ำ
การถอนตัวหรือล้มเลิก (Withdrawal)
• หลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และมักรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่น
• เฉื่อยชา และมีลักษณะคล้ายเหนื่อยตลอดเวลา
• ขาดความมั่นใจ ขี้อาย ขี้กลัว ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก เป็นต้น


ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเด็ก
• ไม่สามารถเรียนหนังสือได้เช่นเด็กปกติ
• รักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือกับครูไม่ได้
• มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน
• มีความคับข้องใจ มีความเก็บกดอารมณ์
• แสดงอาการทางร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
• มีความหวาดกลัว
เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม ซึ่งจัดว่ามีความรุนแรงมาก
 • เด็กสมาธิสั้น (Children with Attention Deficit and Hyperactivity Disorders)
• เด็กออทิสติก (Autistic) หรือ ออทิสซึ่ม (Autisum)
เด็กสมาธิสั้น  (Children with Attention Deficit Hyperactivity Disorders)
ADHD เป็นภาวะผิดปกติทางจิตเวช มีลักษณะเด่นอยู่ 3 ประการ คือ 

Inattentiveness สมาธิสั้น
•Hyperactivity ซนไม่อยู่นิ่ง
•Impulsiveness หุนหันพลันแล่น
• สมาธิสั้น ไม่ได้เกิดจากความผิดของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกผิดวิธี ตามใจมากเกินไป 
หรือปล่อยปละละเลยจนเกินไป และไม่ใช่ความผิดของเด็กที่ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ 
แต่ปัญหาอยู่ที่การทำงานของสมองที่ควบคุมเรื่องสมาธิของเด็ก

9. เด็กพิการซ้อน (Children with Multiple Handicaps) 
• เด็กที่มีความบกพร่องที่มากกว่าหนึ่งอย่าง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาขัดข้องในการเรียนรู้อย่างมาก
• เด็กปัญญาอ่อนที่สูญเสียการได้ยิน
• เด็กปัญญาอ่อนที่ตาบอด
• เด็กที่ทั้งหูหนวกและตาบอด

ภาพและวิดีโอการทำกิจกรรมในห้องเรียน







  • เมื่อเข้าใจถึงพฤติกรรม ปัญหาของเด็กแต่ละคน ก็นำความรู้นี้ไปใช้ในการดูแลเขา เช่น เด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรมและอารมณ์ ควรให้เด็กมีบทบาทเยอะ ๆ ให้เขาได้ช่วยเหลืองานครู ไม่ให้ว่างที่จะทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกมา
  • รู้จักยารักษาโรคสมาธิสั้นที่สามารถนำมาใช้กับเด็กพิเศษกลุ่มนี้ได้ เพื่อลดความรุนแรงด้านพฤติกรรมลง



ประเมินตนเอง  :  เรียนเข้าใจ ตั้งใจฟังในสิ่งที่อาจารย์สอน สนุกไปกับการเรียน ไม่เบื่อหน่าย
ประเมินเพื่อน  :  เพื่อน ๆ ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่สอดแทรกการเรียนเนื้อหา 
ประเมินอาจารย์  :  อาจารย์สอน อธิบาย ยกตัวอย่างให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ตรงจากอาจารย์ หรือยกตัวอย่างจากสื่อต่าง ๆ ที่หลากหลาย มีความน่าสนใจ



วันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 9

วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2560 : เวลา 08.30 - 12.30 น.



ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

6. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Children with Learning Disabilities) 

• เรียกย่อ ๆ ว่า L.D. (Learning Disability) 
• เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้เฉพาะอย่าง 
• ไม่นับรวมเด็กที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยทางการเรียน เด็กที่มีปัญหาเนื่องจากความพิการ หรือความบกพร่องทางร่างกาย

1. ด้านการอ่าน (Reading Disorder)
• หนังสือช้า ต้องสะกดทีละคำ
• อ่านออกเสียงไม่ชัด ออกเสียงผิด หรืออาจข้ามคำที่อ่านไม่ได้ไปเลย
• ไม่เข้าใจเนื้อหาที่อ่าน หรือจับใจความสำคัญไม่ได้
มาชมวิดีโอการอ่านของเพื่อนกันค่ะ (ฮาลั่นห้องกันเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ)

2. ด้านการเขียน (Writing Disorder)
• เขียนตัวหนังสือผิด สับสนเรื่องการม้วนหัวอักษร เช่น จาก ม เป็น น หรือจาก ภ เป็น ถ เป็นต้น
เขียนตามการออกเสียง เช่น ประเภท เขียนเป็น ประเพด
• เขียนสลับ เช่น สถิติ เขียนเป็น สติถิ






3. ด้านการคิดคำนวณ (Mathematic Disorder)
• ตัวเลขผิดลำดับ
ไม่เข้าใจเรื่องการทดเลขหรือการยืมเลขเวลาทำการบวกหรือลบ
• ไม่เข้าหลักเลขหน่วย สิบ ร้อย
• แก้โจทย์ปัญหาเลขไม่ได้


7. ออทิสติก (Autistic) 
"ไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว"



เด็กพิเศษนั้นจะมีความสามารถด้านการเคลื่อนไหว และรูปทรงขนาดสูง 
แต่จะมีความสามารถด้านภาษาและการเข้าสังคมต่ำ

• อยู่ในโลกของตนเอง
• ไม่เข้าไปหาใครเพื่อให้ปลอบใจ
• ไม่เข้าไปเล่นในกลุ่มเพื่อน
• ไม่ยอมพูด
• เคลื่อนไหวแบบซ้ำๆ

ออทิสติกเทียม

• ปล่อยให้เป็นพี่เลี้ยงดูแลหรืออยู่กับผู้สูงอายุ

• ปล่อยให้ลูกอยู่กับไอแพด
• ดูการ์ตูนในทีวี
Autistic Savant ออทิสติกอัจริยะ
• กลุ่มที่คิดด้วยภาพ (visual thinker)
     จะใช้การการคิดแบบอุปนัย (bottom up thinking)
• กลุ่มที่คิดโดยไม่ใช้ภาพ (music, math and memory thinker)
    จะใช้การคิดแบบนิรนัย (top down thinking)

Iris Grace อายุ 4 ขวบ







Daniel Tammet 
จับตัวเลขเป็นภาพ คูณโดยใช้สีคูณ


Kim Peek 
อ่านรอบเดียวจำได้หมด (เป็นภาพ)

Tony Deblois
นักดนตรี ฟังแล้วสามารถเล่นได้เลย

Alonzo Clemons 
นักแกะสลัก แค่เห็นภาพถ่ายก็แกะได้ทั้งตัว

Stephen Wiltshire
วาดภาพเมืองทั้งเมือง จากการดูบนเฮลิคอปเตอร์รอบเดียว


  •           นำความรู้ที่ได้เรียน ได้ทำความเข้าใจในวันนี้ มาปรับความคิดตนเองใหม่ว่า เด็กพิเศษสามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมอย่างสันติสุขได้ เรียนรวมกับเด็กปกติได้ ซึ่งถ้ารู้จักเขาให้มากพอ ก็จะทำให้รู้ว่า เขามีบางสิ่งบางอย่างที่มาทดแทนในส่วนที่เขาขาด ต้องให้โอกาสและความเท่าเทียมกันกับเด็กทุกคน


ประเมินตนเอง  :  มีความสุข ผ่อนคลายในการเรียน และเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์สอน หรือเพื่อนออกมานำเสนอ 
ประเมินเพื่อน  :  เพื่อนช่วยสร้างเสียงหัวเราะให้กับการเรียน นอกจากทำให้ได้ความรู้แล้วยังผ่อนคลายด้วย
ประเมินอาจารย์  :  อาจารย์ตรงต่อเวลา สุภาพเรียบร้อย สอนเข้าใจ และยกตัวอย่างได้ชัดเจน มีสื่อ ตัวอย่างที่หลากหลาย